Freight Weekly Update [17 – 23 Jul 26]

ZUPPORTS Freight Weekly [17–23 Jul 2026]

อัปเดตโลจิสติกส์ Freight ระหว่างประเทศ (17–23 Jul 2026)

 

ตลาด Freight โลกช่วง 17–23 กรกฎาคม 2026 เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงสองช่องแคบพร้อมกัน คือ Strait of Hormuz และ Bab el-Mandeb หลัง Traffic ผ่าน Hormuz ลดเหลือเพียง 3 ลำในข้อมูลล่าสุด ขณะที่เรืออย่างน้อย 5 ลำเปลี่ยนเส้นทางใน Red Sea นอกจากนี้ Carrier ยังบริหาร Capacity ผ่าน Blank Sailing และท่าเรือเอเชียหลายแห่งยังมี Congestion โดยเฉพาะ Port Klang, Manila, Shanghai และ Ningbo

ด้านค่าระวาง Drewry World Container Index ลดลง 2% เหลือ USD 4,547/40ft หลังปรับขึ้นต่อเนื่อง 10 สัปดาห์ ขณะที่ Shanghai–Los Angeles ลดลง 3% เหลือ USD 6,272/40ft และ Shanghai–Rotterdam ลดลง 1% เหลือ USD 4,873/40ft อย่างไรก็ตาม การลดลงของดัชนียังไม่สะท้อนว่าตลาดเข้าสู่ขาลงเต็มตัว เพราะสายเรือยังวางแผน Blank Sailing 39 เที่ยว ในเส้นทาง East–West หลักช่วง Week 30–34 หรือคิดเป็นอัตรายกเลิกประมาณร้อยละ 5

ฝั่งเอเชีย มีรายงานว่า Port Klang มี Yard Density เพิ่มขึ้นเป็น 90–95% และเรือดีเลย์เฉลี่ย 2–3 วัน ขณะที่ Manila มีเวลารอเรือเฉลี่ย 4.48 วัน และเรือที่เข้าไม่ตรง Window อาจล่าช้ามากกว่า 5 วัน โดยภาพรวมดีเลย์สะสมอาจแตะ 10–12 วัน ส่วน Shanghai และ Ningbo ยังมี Backlog หลัง Typhoon Bavi ทำให้ตารางเรือและการต่อเรือยังไม่นิ่ง

ผู้นำเข้า–ส่งออกไทยควรติดตาม All-in Rate, Effective Date ของ Surcharge, Vessel/Voyage, Connecting Vessel และ Port Status เป็นราย Shipment โดยเฉพาะงานที่ใช้ Port Klang หรือ Manila เป็นจุด Transshipment และงานไป Europe, Middle East และ US East Coast

============================================

🚢✈️ งานขนส่งระหว่างประเทศ ไม่ควรต้องไล่ตามเองทุกวัน

เปรียบเทียบราคา ติดตามสถานะเรือ ดู Route / Vessel / ETD / ETA และรับการแจ้งเตือนเมื่อ Shipment มีการเปลี่ยนแปลง

จัดการได้ง่ายขึ้นในที่เดียวด้วย ZUPPORTS

สำหรับ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และ Forwarder

SMEs รับสิทธิ์ใช้งานฟรี ภายใต้การสนับสนุนของ depa

สนใจลงทะเบียนใช้ฟรีได้ที่

📌 https://forms.gle/usJoZCCj3f9Lr1t16

============================================

1. ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การค้า และนโยบายภาษี

  • Strait of Hormuz และ Red Sea:

ข้อมูลวันที่ 22 กรกฎาคมระบุว่ามีเรือสินค้าเพียง 3 ลำผ่าน Strait of Hormuz ลดจาก 4 ลำในวันก่อนหน้า และไม่พบ VLCC หรือ LNG Tanker ผ่านพื้นที่ในช่วงข้อมูลดังกล่าว

สถานการณ์ยังไม่ควรสรุปว่าเส้นทางปิดสมบูรณ์ แต่ Traffic เชิงพาณิชย์อยู่ในระดับต่ำมาก และ Carrier ตัดสินใจรับหรือหลีกเลี่ยงเส้นทางเป็นราย Voyage

Houthi ประกาศ Naval Blockade ต่อ Saudi Arabia และเตือนเรือที่เชื่อมโยงกับ Saudi Arabia, Israel หรือสหรัฐฯ โดยมีเรืออย่างน้อย 5 ลำเปลี่ยนเส้นทางใน Red Sea

การหลีกเลี่ยง Red Sea หรือเปลี่ยนผ่าน Suez/Cape of Good Hope อาจเพิ่มต้นทุนต่อเที่ยวมากกว่า USD 5 ล้านในบางกรณี และทำให้ Transit Time ยาวขึ้นหลายสัปดาห์

ผลต่อไทย: War Risk, BAF, Fuel Surcharge และ Transit Time มีแนวโน้มผันผวน โดยเฉพาะสินค้าไป Europe, Middle East และ Africa รวมถึงกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี ปุ๋ย และวัตถุดิบจาก Gulf

  • UK–India CETA:

UK–India CETA มีผลตั้งแต่ 15 กรกฎาคม 2026 โดย 99% ของสินค้าอินเดียเข้า UK และ 90% ของสินค้า UK เข้า India ได้รับการลดหรือยกเว้นภาษี

การเปลี่ยนแปลงนี้อาจเพิ่มปริมาณการค้าระหว่าง India–UK และเพิ่มการแข่งขันต่อสินค้าไทยในตลาดทั้งสองประเทศ

ผู้ส่งออกไทยควรเปรียบเทียบ Landed Cost ตาม HS Code, Rules of Origin และ Tariff Advantage ขณะที่ผู้นำเข้าควรประเมินโอกาส Sourcing จาก UK หรือ India

 

2. ความต้องการขนส่งและแนวโน้มตลาด (Container Demand)

  • เอเชีย–ยุโรป:

Drewry WCI ลดลง 2% เหลือ USD 4,547/40ft หลังเพิ่มต่อเนื่อง 10 สัปดาห์

Shanghai–Rotterdam ลดลง 1% เหลือ USD 4,873/40ft และ Shanghai–Genoa ลดลง 3% เหลือประมาณ USD 6,300/40ft

Maersk เริ่มใช้ PSS จาก Thailand/Far East Asia ไป North Europe และ Mediterranean ตั้งแต่ 22 กรกฎาคม 2026 ที่ USD 500/20ft และ USD 1,000/40–45ft สำหรับ Non-SPOT Booking

ผลต่อไทย: Base Freight อาจอ่อนตัวบางเส้นทาง แต่ All-in Rate ยังเพิ่มได้จาก PSS, Congestion และ Blank Sailing

  • เอเชีย–สหรัฐฯ:

Shanghai–Los Angeles ลดลง 3% เหลือ USD 6,272/40ft ขณะที่ Shanghai–New York ทรงตัวที่ USD 7,879/40ft

Drewry คาด Blank Sailing รวม 39 เที่ยวในเส้นทาง East–West หลักช่วง 20 กรกฎาคม–23 สิงหาคม หรือประมาณร้อยละ 5 ของเที่ยวทั้งหมด

MSC ประกาศ Panama Canal Surcharge จาก Southeast Asia รวมประเทศไทยไป US East/Gulf Coast ที่ USD 100/TEU มีผลตาม Gate-in Date ตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2026

Hapag-Lloyd ประกาศ USD 130/TEU มีผลกับเที่ยวเรือที่เริ่มเดินทางตั้งแต่ 15 สิงหาคม 2026

ผลต่อไทย: ตู้ 40ft อาจมีต้นทุนเพิ่ม USD 200–260 ก่อนรวมค่าใช้จ่ายอื่น จึงต้องตรวจ Carrier, Routing และ Effective Date ให้ตรง Shipment

  • Intra-Asia และ India/Pakistan:

ตลาด Intra-Asia ยังตึงตัวจาก Port Klang, Manila และ Backlog ในท่าเรือจีนหลัง Typhoon Bavi

Maersk เริ่มใช้ PSS จาก Thailand/Far East Asia ไป India และ Pakistan ที่ USD 300 ต่อตู้สำหรับ 20, 40 และ 45ft ตั้งแต่ 22 กรกฎาคม 2026 สำหรับ Non-SPOT Booking

ผลต่อไทย: งานที่ต่อเรือผ่าน Port Klang หรือ Manila ควรเพิ่ม Connection Buffer และติดตาม Connecting Vessel เป็นรายเที่ยว

  • Air Freight:

Xeneta ปรับคาดการณ์ Long-term Air Freight Rate ปี 2026 จากเดิมคาดลดลง 5 ถึง 10% เป็นเพิ่มขึ้น 5 ถึง 15%

ความขัดแย้งใน Middle East ทำให้ Global Air Cargo Capacity หายไป 12% ภายในคืนเดียว ขณะที่ครึ่งปีแรก Supply เพิ่มเพียง 1% แต่ Demand เพิ่ม 4%

ค่า Freight รวม Spot และ Contract เพิ่มขึ้น 17% YoY ในครึ่งปีแรก

ผลต่อไทย: Electronics, Semiconductor, Pharma, Perishable และสินค้าเร่งด่วนควรจอง Capacity และเผื่อ Budget ล่วงหน้า โดยเฉพาะ Transpacific และงานที่พึ่ง Hub ตะวันออกกลาง

3. สถานการณ์สายเรือและการปฏิบัติการ (Carrier Operations)

  • Blank Sailing:

Carrier วางแผนยกเลิกเที่ยวเรือ 39 เที่ยวในเส้นทาง East–West หลักช่วง Week 30–34 คิดเป็นอัตรายกเลิกประมาณร้อยละ 5

แม้ Spot Rate เริ่มชะลอตัว แต่การลด Capacity ทำให้ Space, Cut-off และ Schedule ยังผันผวน

  • Carrier Surcharge:

Maersk PSS Thailand–Europe: USD 500/20ft และ USD 1,000/40–45ft ตั้งแต่ 22 กรกฎาคม 2026

Maersk PSS Thailand–India/Pakistan: USD 300 ต่อตู้ตั้งแต่ 22 กรกฎาคม 2026

CMA CGM ประกาศ Emergency Fuel Surcharge ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2026 ในอัตรา USD 65–165 ต่อตู้ตามเส้นทางและประเภทอุปกรณ์ หลังต้นทุน Bunker เพิ่มจากสถานการณ์ Hormuz

ผลต่อไทย: ต้องเทียบ All-in Rate และ Effective Date ไม่ควรตัดสินใจจาก Base Ocean Freight เพียงรายการเดียว

  • Middle East Operations:

Maersk ยังจำกัดหรือระงับ Booking บางประเภทใน Gulf โดยเฉพาะ Reefer, DG, OOG และ Special Cargo

มีการใช้ Emergency Freight สำหรับ Dry, Reefer, Special และ DG ขณะที่ Salalah, Khor Fakkan และ Landbridge ถูกใช้เป็นทางเลือกตาม Capacity

ผลต่อไทย: ยืนยัน Cargo Acceptance, Routing, War Risk และค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนรับสินค้าเข้าคลังหรือคืนตู้

  • Service Change และ ICS2 Europe:

Maersk ปรับ AC1 และ AC2 สำหรับ Asia–West Coast Latin America โดยเริ่มทยอยใช้ในเดือนสิงหาคม 2026

งานไทยไป Mexico, Colombia, Panama และ West Coast South America ควรตรวจ Feeder Connection, Through B/L, First Effective Vessel และ Cut-off

EU Import Control System 2 เริ่มตรวจความครบถ้วนของ Full และ Partial Filing ที่ Rijeka, Ploce และ Koper และทยอยขยายไปท่าอื่น

ผลต่อไทย: ข้อมูลไม่ครบอาจทำให้ Cargo Hold และเกิด Storage, Demurrage, Detention, Yard Move และค่า Amendment เพิ่ม

4. ความแออัดของท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐาน

เอเชีย: China, Port Klang, Manila และ Singapore

  • Shanghai และ Ningbo ยังมี Vessel Backlog, High Yard Utilisation และ Schedule Adjustment หลัง Typhoon Bavi
  • Port Klang มี Waiting Time เฉลี่ย 1.63 วัน, Yard Density 90–95% และ Vessel Delay เฉลี่ย 2–3 วัน
  • Manila มี Waiting Time เฉลี่ย 4.48 วัน; Off-window Vessel อาจรอมากกว่า 5 วัน และ Overall Delay อยู่ที่ 10–12 วัน
  • Singapore มี Waiting Time เฉลี่ย 1.25 วัน และ Terminal Waiting Time ลดลงเหลือ 0.5–1 วัน แต่ Yard Utilisation ยังอยู่ราว 80%
  • ผลต่อไทย: งาน Transshipment ผ่าน Port Klang หรือ Manila มีความเสี่ยง Rollover และ Missed Connection สูงกว่าปกติ

Thailand และท่าเรืออื่นในเอเชีย

  • Laem Chabang มี Waiting Time เฉลี่ยประมาณ 1 วัน และภาพรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ต้องติดตามความเสี่ยงน้ำท่วมต่อ Trucking และ Cut-off
  • Semarang มี Yard Utilisation 82% และ Vessel Delay ราว 2 วัน
  • Kobe และ Yokohama มี Waiting Time ราว 1.2–1.5 วันจาก Cargo Overflow และ Vessel Bunching
  • Chennai, Mundra และ Colombo ยังมีความเสี่ยงจาก Monsoon, Cargo Diversion และ Inter-terminal Transfer Delay

ยุโรป

  • Antwerp กลับมาเปิดดำเนินงานหลังเหตุ Toxic Gas Leak แต่ผู้ส่งออกยังควรติดตาม Revised Schedule
  • Bremerhaven และ Hamburg มี Yard Occupancy สูง โดยเฉพาะ IMO/OOG และมีข้อจำกัดด้าน Rail Capacity
  • Rotterdam มี Waiting Time 1.71 วัน พร้อม High Yard Density และ Inland Barge Congestion
  • Fos-sur-Mer, Genoa และ Barcelona ยังเสี่ยงจาก Wildfire, Heatwave, Road Closure, Trucking Delay และ Driver Shortage

แอฟริกาและอเมริกาเหนือ

  • Beira มี Waiting Time เฉลี่ย 15.44 วัน ซึ่งสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งในสัปดาห์นี้
  • Tema รอเฉลี่ย 7.75 วัน, Abidjan 3.5 วัน และ Mombasa 4.5 วันจากฝน น้ำท่วม และข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  • Canada Rail ยังได้รับผลกระทบจาก Wildfire ขณะที่ US Rail Dwell สูงใน Philadelphia, Houston, Long Beach และ Oakland
  • ผลต่อไทย: Shipment ที่มี Inland Delivery ควรแยก Port ETA ออกจาก Final Delivery ETA และตรวจ Rail/Truck Connection เพิ่มเติม

5. ตัวเลขสำคัญประจำสัปดาห์

Freight Rate & Capacity Snapshot

  • Drewry WCI: USD 4,547/40ft ลดลง 2%
  • Shanghai–Los Angeles: USD 6,272/40ft ลดลง 3%
  • Shanghai–New York: USD 7,879/40ft ทรงตัว
  • Shanghai–Rotterdam: USD 4,873/40ft ลดลง 1%
  • Shanghai–Genoa: ประมาณ USD 6,300/40ft ลดลง 3%
  • Blank Sailing: 39 เที่ยวใน Week 30–34 หรือประมาณร้อยละ 5

Surcharge & Port Snapshot

  • Maersk PSS Thailand–Europe: USD 500/20ft และ USD 1,000/40–45ft
  • Maersk PSS Thailand–India/Pakistan: USD 300 ต่อตู้
  • MSC Panama Canal Surcharge: USD 100/TEU
  • Hapag-Lloyd Panama Canal Surcharge: USD 130/TEU
ผู้นำเข้า–ส่งออก เทียบราคาขนส่งจากหลายผู้ให้บริการในที่เดียว

ทดลองใช้งานฟรี: https://zupports.co/register/

 

ZUPPORTS แพลตฟอร์มโลจิสติกส์สำหรับผู้นำเข้า–ส่งออก

🚢✈️ งานขนส่งระหว่างประเทศ ไม่ควรต้องไล่ตามเองทุกวัน

เปรียบเทียบราคา ติดตามสถานะเรือ ดู Route / Vessel / ETD / ETA และรับการแจ้งเตือนเมื่อ Shipment มีการเปลี่ยนแปลง

จัดการได้ง่ายขึ้นในที่เดียวด้วย ZUPPORTS

สำหรับ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และ Forwarder

SMEs รับสิทธิ์ใช้งานฟรี ภายใต้การสนับสนุนของ depa

สนใจลงทะเบียนใช้ฟรีได้ที่

📌 https://forms.gle/usJoZCCj3f9Lr1t16

ข่าวสารอื่นๆ