ZUPPORTS 101 : หากวันหนึ่งต้องย้ายบ้าน ย้ายถิ่นฐานไปแต่งงานต่างประเทศ แต่ดันเป็นทาส น้องหมา น้องแมว จะทำอย่างไร ???

ZUPPORTS 101 : หากวันหนึ่งต้องย้ายบ้าน ย้ายถิ่นฐานไปแต่งงานต่างประเทศ แต่ดันเป็นทาส น้องหมา น้องแมว จะทำอย่างไร ???

.

จากกระแสที่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อย มีการเก็บกระเป๋า ออกเดินทาง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนออกเดินทางเพื่อท่องเที่ยว หาแรงบันดาลใจ ขณะที่หลายคนออกเดินทางเพื่อมองหาโลกใหม่ สังคมใหม่ รวมถึง อีกหลายคน เก็บกระเป๋าออกเดินทางตามหาหัวใจตนเอง เพื่อตามคนที่รัก ย้ายถิ่นฐานระยะยาวห่างไกลบ้านเกิดเมืองนอก !!!

.

ซึ่ง เราเคยนึกกันเล่นๆไหมว่า ถ้าหากวันหนึ่ง เราต้องย้ายถิ่นที่อยู่ แบบย้ายบ้าน ข้ามน้ำ ข้ามทะเล ไปแต่งงานอยู่ต่างประเทศไปเลยจริงๆ เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไร??  โดยเฉพาะคนที่เป็นทาสน้องหมา น้องแมว ??

.

ดังนั้น วันนี้เราจะไม่ได้มาพูดให้ฟัง ถึงเรื่องขั้นตอนการเดินทาง หรือมารีวิวพิธีการแต่งงานของประเทศต่างๆให้ฟัง หากแต่ เราจะมาพูดคุยกัน เรื่องการเดินทางย้ายประเทศในรูปแบบ นำเข้า-ส่งออก โดยเฉพาะคนที่ต้องพาเจ้านาย หรือเพื่อนรักตัวน้อยสี่ขาไปด้วย

.

เรามาดูกันว่า มีอะไรบ้างที่เราต้องรู้ มีอะไรบ้าง ที่เราต้องทำ หรือต้องทำการเตรียมตัวก่อนที่จะออกไปสู่โลกใหม่ ถ้าพร้อมแล้วก็ตามพวกเรา ZUPPORTS มากันเลย !!!

.

*************

สิ่งแรกที่เราต้องทำความเข้าใจก่อนคือ การที่เราต้องทำการเคลื่อนย้ายหรือขนย้าย น้องหมา น้องแมว เจ้านายหรือเพื่อนของเรานั้น ไม่สามารถทำได้โดยพลการหรือทำได้ง่ายๆ เหมือนอย่างมนุษย์ที่ทำหนังสือเดินทาง ขอวีซ่าและเดินถือบัตรโดยสารขึ้นเครื่องบินแบบสบายใจ

.

เนื่องจากในทางการขนส่งนั้น สัตว์เลี้ยงจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าประเภท สัตว์ที่ยังมีชีวิตหรือ (Live Animals) ซึ่งเป็นสินค้าแบบพิเศษที่ต้องได้รับการดูแล เอาใจใส่เป็นพิเศษ ไม่ใช่เพียงแค่ว่า แค่นำน้องหมา น้องแมวใส่กรง แล้ววางตรงไหนก็ได้บนเรือหรือบนเครื่องบิน !!!

.

ซึ่ง หากจะว่ากันด้วย ตามหลักมนุษยธรรมสากล การจะขนส่งสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตนั้น เราจำเป็นต้องทำการขนย้ายด้วยรูปแบบที่เร็วและใช้เวลาน้อยที่สุด นั่นคือ การขนส่งรูปแบบทางอากาศหรือทางเครื่องบิน และจะต้องขึ้นกับวัตถุประสงค์หลักคือ

-ขนย้าย เพื่อการย้ายตามเจ้าของ กรณีย้ายถิ่นพำนัก

-ขนย้าย เพื่อประโยชน์รวมของมวลมนุษย์ เช่น เพื่อการวิจัย ศึกษาและอนุรักษ์

-ขนย้าย เพื่อกิจกรรม ภารกิจ อย่าง การแข่งขัน หรือการประกวด เป็นต้น

.

ดังนั้น เราต้องตระหนักให้มากในจุดที่ว่า เจ้านายน้อยของเรานั้น เขาไม่ใช่สินค้าทั่วไป หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีเลือดเนื้อ มีลมหายใจ มีเจ็บ มีหิวเหมือนกับเรา และมันจะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจไม่น้อย หากเราต้องสูญเสียเพื่อนตัวน้อยของเราขณะเดินทาง และไม่มีโอกาสในการใช้ชีวิตในโลกใหม่ด้วยกันตามที่หวังไว้

.

และด้วยขั้นตอนการนำเข้า ส่งออก ขนส่ง สิ่งมีชีวิตนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับใครหลายคน โดยเฉพาะสินค้ารูปแบบพิเศษที่กล่าว ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น เราแบ่งเรื่องหลักๆที่ต้องดำเนินการหรือจัดการออกเป็นเรื่องๆเสียก่อน คือ

.

-การเตรียมตัวเกี่ยวกับสุขภาพของน้องหมา น้องแมวของเรา

ทั้งนี้สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ การพาน้องหมา น้องแมว ของเราไปตรวจสุขภาพเพื่อออกใบรับรองสุขภาพหรือ Pets Health Certificate  รวมถึงการตรวจเลือด เพื่อขอเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าจากสัตวแพทย์

.

ซึ่งโดยทั่วไป ต้องฉีดมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน และสัตว์ต้องมีอายุไม่น้อยกว่าสี่เดือน หรือในบางประเทศที่เข้มงวดมากๆ ต้องทำการฝังไมโครชิพ !!!

.

รวมไปถึงเราต้องรู้ก่อนว่า น้องหมา น้องแมวของเรา. จัดอยู่ในสายพันธ์ จมูกสั้นหรือจมูกยาว !!!  ซึ่งประเด็นนี้หลายคนสงสัยว่าแล้วมันเกี่ยวกันอย่างไร ??

.

ถ้าเป็นคนที่รัก คลุกคลีและศึกษาเรื่องสัตว์เลี้ยง น่าจะรู้และเข้าใจเรื่องนี้ว่า ที่จริงไม่ว่าจะสัตว์พันธ์ไหน โครงสร้างทางกายวิภาคภายในของโพรงจมูกก็เหมือนกัน หากแต่ขนาดของโครงสร้างภายในโพรงของสัตว์สายพันธ์จมูกสั้น (Snub-nosed dogs)นั้น จะบีบแคบกว่าสายพันธ์จมูกยาว  ดังนั้น น้องหมา น้องแมวที่เป็นสายพันธ์จมูกสั้น จึงมักประสบปัญหาในการหายใจแม้อยู่ภายใต้สภาวะปกติ และจะเป็นอย่างไร ???

.

หากพวกเขาต้องขึ้นไปอยู่ในที่แคบบนเครื่องที่มีการปรับแรงดันกลางอากาศ ซึ่งแม้แต่ทาสอย่างเรา บางคนต้องเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือกลืนน้ำลายตลอดเวลา ??

.

ดังนั้น สิ่งแรกที่เราต้องรู้ก่อนพาน้องหมา น้องแมวไปกับเรา คือสุขภาพและคุณลักษณะนิสัยของเพื่อนเราเอง ลองนึกภาพ หลายคนเองยังตื่นเต้น หูอื้อ กดดันทุกครั้งที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน นับประสาอะไรกับน้องหมา น้องแมว

.

กฎระเบียบ พิธีการศุลกากรในการนำสิ่งมีชีวิต ออกจากประเทศต้นทาง

อย่างที่ทราบกันคือ การที่เราจะนำสินค้า สะสาร หรือสิ่งมีชีวิตใดๆก็ตามออกนอกราชอาณาจักร เราจะเป็นต้องทำการสำแดง หรือทำการแจ้งต่อหน่วยงานราชการ

.

ดังนั้น การจะพาน้องหมา น้องแมวออกไปกับเราได้ ก็ต้องมีการแจ้ง สำแดง เดินพิธีการเหมือนการนำสินค้าส่งออกนอกราชอาณาจักรไปต่างประเทศทุกประการ เพียงแต่ว่า ในกรณีของน้องหมา น้องแมวนั้น เราจำเป็นต้องทำการขออนุญาต และมีเอกสารรับรองการส่งออกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง กรมปศุสัตว์

.

หากแต่ ถ้าเพื่อนรักหรือสัตว์เลี้ยงของบางคนอาจไม่ใช่แค่น้องหมา น้องแมว หรืออาจเป็นสัตว์เลี้ยงประเภทอื่น ที่ล้ำไปกว่านี้ คงต้องตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติมอย่าง เอกสารอนุสัญญาว่าด้วยการค้าพืชและสัตว์ที่ใกล้สูญพันธ์ หรือ Cites !!!

.

ซึ่งแน่นอนว่า หากไม่ใช่เป็นการขนส่งเพื่อวัตถุประสงค์ที่เหมาะสม หรือขัดต่อความเห็นของเจ้าหน้าที่ คุณจะไม่มีทางได้เอกสารรับรองที่ว่า และแถมจะได้ย้ายที่อยู่ในบ้านใหม่เป็นห้องสี่เหลี่ยม มีลูกกรงแทน

.

ซึ่งหากใครที่ไม่มั่นใจหรือไม่เคยมีประสบการณ์ คำแนะนำเบื้องต้น คือ ลองติดต่อหาตัวแทนรับขนส่งสินค้าระหว่างประเทศประเภท Freight Forwarder รวมไปถึง บริษัทตัวแทนรับออกของหรือที่เรียกกันติดปากว่า “ บริษัทชิบปิ้ง” น่าจะสะดวกและได้รับความสะดวกมากกว่า การไปเดินเรื่องเอกสารเอง

.

***********

กฎระเบียบ นโยบายของผู้รับขนส่งหรือ สายการบิน

แต่ล่ะสายการบินนั้น ต่างก็มีนโยบายและข้อบังคับที่แตกต่างกันออกไป หลายสายการบินปฏิเสธที่จะรับขนส่งน้องหมา น้องแมวสายพันธ์จมูกสั้น ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งในส่วนห้องสัมภาระหรือในรูปแบบสัมภาระแบบถือขึ้นเครื่อง รวมไปถึงน้องหมาที่จัดอยู่สายพันธ์นิสัยดุร้าย สายการบินก็ไม่สามารถรับทำการขนส่งเช่นกัน

.

เว้นแต่กรณี น้องหมาที่เป็นผู้นำทางให้กับผู้พิการทางสายตาและทางโสตรับฟัง ซึ่งส่วนมากน้องหมากลุ่มหลัง ก็มักเป็นสายพันธ์จมูกยาว และเกือบทุกสายการบินจะไม่มีการคิดเป็นค่าขนส่ง !!!

.

ในขณะที่บางสายการบินสามารถรับขนส่ง น้องหมา น้องแมวพันธ์จมูกสั้นได้ แต่ต้องขนส่งเป็นในลักษณะสัมภาระถือขึ้นเครื่อง หรือขนส่งในห้องสัมภาระที่มีการปรับแรงดันและค่าออกซิเยนที่เหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิต รวมถึง มีอุณหภูมิที่คงที่ตลอดเวลาของการเดินทาง ตั้งแต่ต้นทางไปถึงปลายทาง

.

ซึ่งหลายสายการบินกลุ่มหลังที่สามารถรับขนส่งน้องหมา น้องแมวพันธ์จมูกสั้นได้ จะมีนโยบายรวมๆในการขนส่งสิ่งมีชีวิตที่สอดคล้อง หรือคล้ายกันคือ

**สายการบินไม่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกกรณี จากการขนส่งเช่น เสียชีวิต เจ็บป่วย

**มีการจำกัดรุ่นของเครื่องที่ทำการบินในการการขนส่งสัตว์ ดังนั้นจึงไม่ใช่ทุกเที่ยวบินที่จะรับขนส่งได้

**สัตว์บางชนิดที่มีกลิ่นแรง ไม่สามารถขนส่งทางเครื่องได้ ต้องไปทางเรือเท่านั้น เช่น วัว กวางหรือ สัตว์สี่เท้าบางชนิด

** กรณีที่ขนส่งในห้องสัมภาระ กรงน้องหมา น้องแมว ต้องไม่อยู่ในโซนเดียวกับสินค้าประเภทอาหาร

** ในบางสายการบินมีบริการรับขนส่ง น้องหมาสายพันธ์ดุ ด้วยกรงแบบ CR82 cage ที่ถูกออกแบบตามมาตรฐานการบิน

.

รวมไปถึง น้องหมา น้องแมว จะต้องอยู่ในกรงกักที่มีขนาดใหญ่กว่าขนาดของสัตว์สองเท่าวัดจากช่วงไหล่ หรือมีขนาดที่ใหญ่พอให้สัตว์กลับตัว เปลี่ยนอิริยาบถได้. และมีความแข็งแรง มั่นคง. ไม่ไหลหรือเคลื่อนที่เองในขณะขนย้าย.เมื่อวางบนพื้นระนาบ เป็นต้น

*********************

-กฎระเบียบ พิธีการศุลกากรในการนำสิ่งมีชีวิต เข้าสู่ประเทศที่ปลายทาง

เนื่องจากแต่ล่ะประเทศ เขามีข้อห้าม ระเบียบปฏิบัติ โดยฉพาะนโยบายทางปศุสัตว์ ที่แตกต่างกันออกไป เอกสารที่ร้องขอก็แตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อความราบรื่น แนะนำให้ทำการติดต่อสถานทูตของประเทศที่เราต้องการย้ายถิ่น เพื่อสอบถามรายละเอียดต่างๆได้เลย

.

พูดง่ายๆตอนที่เราไปเดินเรื่องย้ายประเทศของตัวเราที่สถานทูต เราก็จัดการเรื่องน้องหมา น้องแมวไปด้วยเลยในเวลาเดียวกัน !!!

.

ตามปกติแล้ว การขนส่งสัตว์ไปยังประเทศต่างๆนั้น เราจะเป็นต้องถามหาเอกสารรับรองหรือหนังสือรับรองอนุญาตนำเข้า (Import Permit) จากผู้นำเข้าที่ปลายทาง เพื่อทำการยื่นขอรายละเอียดและขอระหัสเที่ยวบินกับทางเจ้าหน้าที่กรม ณ ด่านที่ต้องการส่งออก เพื่อใช้ในการเดินพิธีการขาออก

.

หากแต่ ในกรณีที่ทำการขนส่ง ในลักษณะที่เป็นการย้ายถิ่นพำนักนั้น ตัวผู้รับปลายทางก็คือตัวเราที่จะย้ายไปเอง ดังนั้น เราสามารถติดต่อและสอบถามจากสถานทูตประเทศนั้นๆ จะแน่นอนที่สุด

.

ซึ่งในประเด็นสุดท้ายนี้ เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและศึกษาให้ดี หรือเป็นพิเศษ เนื่องจากหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา รวมถึงประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป

.

จะค่อนข้างเข้มงวดอย่างมาก ในการรับหรือนำเข้าสิ่งชีวิต เข้าสู่ราชอาณาจักรหรือประเทศของตน  เหตุเพราะความวิตกในเรื่องของ การแพร่ระบาดของโรคต่างๆ จากสิ่งมีชีวิตต่างพื้นที่ หรือต่างสายพันธ์ท้องถิ่น

************

ดังนั้นจะเห็นว่า ในขั้นตอนกระบวนการต่างๆที่เล่ามานั้น จะค่อนข้างที่จะซับซ้อน วุ่นวายและยุ่งยาก หากเปรียบเทียบกับการเดินทางของมนุษย์ หรือเมื่อเทียบกับการนำเข้า- ส่งออก สินค้าทั่วไปแบบอื่นๆ !!!

.

ทั้งนี้ เนื่องจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่างบริหารจัดการและปฏิบัติด้วยขั้นตอน หรือวิธีการที่ถือว่าดีที่สุดและเป็นมาตรฐาน ภายใต้เป้าประสงค์เดียวคือ ความปลอดภัยของตัวน้องหมา น้องแมวเพื่อนเราเอง รวมไปถึง เพื่อความปลอดภัยของภาคส่วนอื่นๆ ในขณะขนส่งและที่ปลายทาง

.

หรือลองนึกภาพว่า สายการบินจะทำอย่างไร เวลาที่มีเหตุหมาและแมว ยกพวกตะลุมบอนกันใต้ท้องเครื่อง ในกรณีทีสามารถรับขนส่งสัตว์ได้ทุกประเภท ???

.

และไม่แปลกหากใครสักคน ที่จะต้องออกเดินทางเพื่อย้ายบ้าน ย้ายถิ่นฐาน และยินยอมที่จะทำตามขั้นตอนที่แสนวุ่นวาย ที่ว่ามาทั้งหมด รวมถึง การมองหา ผู้ให้บริการรับขนส่งสิ่งมีชีวิต ที่เป็นมืออาชีพ และที่ดีที่สุดที่หาได้ เพื่อความปลอดภัยของน้องหมา น้องแมวเพื่อนรัก ที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในโลกใบใหม่ !!!

.

=========================

ข่าวสารอื่นๆ