สรุป Reciprocal Tariffs ภาษีตอบโต้ คืออะไร? ครบทุกประเด็นที่ต้องรู้ (3 Apr 2025)

Reciprocal Tariffs

สรุป Reciprocal Tariffs ภาษีตอบโต้ คืออะไร? ครบทุกประเด็นที่ต้องรู้ (3 Apr 2025)

เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามคำสั่งประธานาธิบดี (Executive Order) ประกาศใช้มาตรการภาษีตอบโต้ “Reciprocal Tariff” อย่างเป็นทางการ โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติและเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เพื่อจัดการกับปัญหาการขาดดุลการค้าเรื้อรัง

บทความนี้จะพาคุณเข้าใจแบบเจาะลึกว่า ภาษี Reciprocal Tariff คืออะไร, ทำไมจึงถูกนำกลับมาใช้ในปี 2025 และใครได้รับผลกระทบบ้าง ทั้งในมุมของธุรกิจในประเทศ, ต่างชาติ และผู้นำเข้า/ส่งออกทั่วโลก

หากพร้อมแล้วไปติดตามกันเลย

=========================

“ZUPPORTS FreightChat”

ระบบแชตที่ช่วยคุณ…

✅ ค้นหา HS / HTS Code ได้แบบอัตโนมัติ

✅ ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าแต่ละประเทศ

✅ เข้าใจข้อกำหนดพิเศษ เช่น FTA, สินค้าควบคุม หรือต้องขออนุญาต

สนใจ ลงทะเบียนใช้งานระบบได้ที่

https://forms.gle/ouDkdFfUfFhw5Mmr9

=========================

 

Reciprocal Tariff คืออะไร?

Reciprocal Tariff คือ มาตรการภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (Ad Valorem Tariff) ที่สหรัฐอเมริกากำหนดขึ้นกับสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อสร้าง “ความสมดุลทางการค้า” กับประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะในกรณีที่อีกฝ่ายกำหนดภาษีหรือมาตรการกีดกันการค้าที่ไม่เท่าเทียมกับสินค้าจากสหรัฐฯ

มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อ “ตอบโต้” ความไม่เป็นธรรมทางการค้า ทั้งในแง่ภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers)


เหตุผลสำคัญที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการ Reciprocal Tariff

  1. การขาดดุลการค้าสินค้าที่สูงและต่อเนื่อง

    • ปี 2024 สหรัฐฯ ขาดดุลการค้าสินค้า (Goods Trade Deficit) สูงถึง 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

    • ปัญหานี้ส่งผลให้ฐานการผลิตในประเทศอ่อนแอลง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ยา เทคโนโลยี โลหะ และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

  2. อัตราภาษีที่ไม่เท่าเทียม

    • สหรัฐฯ มีอัตราภาษี MFN (Most-Favored Nation) เฉลี่ยอยู่ที่ 3.3%

    • ขณะที่ประเทศคู่ค้าหลักเช่น อินเดีย (17%), จีน (7.5%), EU (5%), เวียดนาม (9.4%) ต่างมีอัตราภาษีที่สูงกว่าหลายเท่า

  3. มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers)

    • กีดกันข้อมูล, ข้อจำกัดลิขสิทธิ์, มาตรฐานทางเทคนิค, การอุดหนุน, ข้อจำกัดด้านสุขอนามัย, ระบบภาษี VAT ที่บิดเบือนการแข่งขัน

  4. การกดการบริโภคภายในประเทศคู่ค้า

    • ประเทศเช่น จีน เยอรมนี เกาหลีใต้ ใช้นโยบายกดค่าจ้างและการบริโภค ทำให้สินค้าสหรัฐฯ ไม่มีตลาดรองรับ และทำให้สินค้าของตนเองแข่งขันได้โดยเทียม


เนื้อหาหลักในคำสั่ง Reciprocal Tariff ปี 2025

1. ประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ

สหรัฐฯ ประกาศ “National Emergency” ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยระบุว่าโครงสร้างการค้าระหว่างประเทศในปัจจุบันไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตในประเทศ

2. กำหนดภาษีขั้นพื้นฐาน 10%

  • เรียกเก็บภาษี ad valorem 10% สำหรับสินค้าทุกชนิดจากทุกประเทศ

  • มีผลตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2025

3. กำหนดภาษีเฉพาะประเทศ (Annex I)

  • ประเทศที่มีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมจะถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าปกติ

  • เริ่มใช้วันที่ 9 เมษายน 2025

  • รายชื่อประเทศและอัตราภาษีเฉพาะอยู่ใน Annex I ซึ่งจะได้รับการอัปเดตเป็นระยะ

4. ข้อยกเว้นภาษี (Annex II)

สินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษีเพิ่มเติม ได้แก่:

  • สินค้าในหมวดความมั่นคง (50 U.S.C. 1702(b))

  • เหล็ก อลูมิเนียม รถยนต์ (ที่อยู่ภายใต้ Section 232)

  • ยา, เซมิคอนดักเตอร์, พลังงาน, แร่หายาก, ทองแดง, ไม้แปรรูป

  • สินค้าใน Column 2 ของ HTS US

  • สามารถอ่านข้อมูลเรื่อง HTS Code หรือ Harmonized Tariff Schedule ของ US ได้ที่ https://zupports.co/hs-code-import-export-freight/

กรณีพิเศษ: แคนาดา และเม็กซิโก

  • สินค้าจาก USMCA (NAFTA ใหม่) ยังได้รับสิทธิพิเศษ

  • หากสินค้าไม่เข้าเกณฑ์ USMCA:

    • ต้องเสียภาษี 25%

    • สำหรับพลังงานและโพแทชจากแคนาดา เสียเพียง 10%

หากคำสั่งชายแดนถูกยกเลิก:

  • สินค้าไม่เข้าเกณฑ์จะเสียภาษี 12%

  • ยกเว้นกรณีสินค้าสำเร็จรูปที่ผลิตในสหรัฐฯ โดยใช้ชิ้นส่วนจากประเทศคู่ค้า


ข้อกำหนดพิเศษอื่น ๆ

  • หากสินค้ามี “เนื้อหาในประเทศ” (U.S. content) อย่างน้อย 20% จะเสียภาษีเฉพาะส่วนที่ไม่ใช่เนื้อหาอเมริกัน

  • การขนส่งผ่าน Foreign Trade Zone จะต้องยื่นในสถานะ “Privileged Foreign”

  • มาตรการภาษีใช้กับสินค้าจากจีน รวมถึงเขตฮ่องกง และมาเก๊า อย่างเท่าเทียม


การปรับเปลี่ยนในอนาคต (Modification Authority)

ประธานาธิบดีสามารถ:

  • เพิ่มภาษี หากถูกตอบโต้จากประเทศคู่ค้า

  • ลดภาษี หากประเทศคู่ค้าให้ความร่วมมือ

  • ปรับเพิ่ม หากการผลิตในประเทศยังตกต่ำ

  • ประกาศแก้ไขผ่านการปรับ HTSUS


ที่มาของตัวเลขภาษีไทย 36% (จริงๆในประกาศเอกสารเขียนไว้ว่า 37%)

  • ในเอกสาร ANNEX I ระบุไทยโดนภาษีตอบโต้ 37%
  • เบื้องต้น Trump แจ้งว่า Reciprocal Tariff  มาจากการคำนวณ -> Tariff gap, Non-Tariff barriers, Currency Manipulation
  • เครดิตข้อมูลจาก Pipat Luengnaruemitchai ทดลองเอา deficits/imports *0.5 ก็ได้เลขที่ว่าเลย (น่าสนใจดี)

May be an image of musical instrument, blueprint and text that says "China Mexico Vietnam Imports USD B) 426.9 475.2 114.4 159.3 147.2 82.3 Germany Japan Balance Imports (%) -65.4 Ireland Trump Tariff %) 34.0 Trade Balance (USD B) -279.1 -152.5 -104.6 -82.6 -71.5 -65.5 655 -64.2 -51.1 -47.8 -44.0 -35.4 Canada South Korea 418.6 -32.1 -91.4 -51,9 51.9 406 -48.6 Taiwan 116.2 nan 46.0 20.0 24.0 87.8 Italy Thailand 72.9 -79.6 15.3 Tariff on US Goods (%) 3.09 4.75 1.07 1.33 1.84 1.84 1.39 1.39 0.81 4.85 48.7 44.0 nan 25.0 54.5 -60.3 -60.3 -72.7 32.0 nan 36.0 6.34 1.39 11.5"

ส่วนท่านใดสนใจเชิงเศรษฐศาสตร์ ลองอ่าน โพสต์อธิบายหลักวิชาการของการคำนวน ตาม link นี้

https://www.facebook.com/share/1ALQCPC2VX/?mibextid=wwXIfr

 


ผลกระทบของ Reciprocal Tariff ต่อผู้นำเข้า/ส่งออก

  • ต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นทันที

  • อาจเกิดความไม่แน่นอนด้านภาษีในอนาคต

  • ผู้นำเข้าต้องตรวจสอบ แหล่งกำเนิดสินค้า (origin) อย่างเข้มงวด

  • การวางแผนด้านโลจิสติกส์ต้องเผื่อเวลาสำหรับเอกสารการพิสูจน์ “U.S. content”

  • ส่งผลต่อซัพพลายเชนโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนจากจีน, อินเดีย, EU

  • อย่าลืมว่า แวดวงนำเข้าส่งออก ขนส่งระหว่างประเทศ ยังมีประเด็น Chinese Ship Operator Port Fee อีกด้วย ต้องบอกว่ารวมกัน 2 เรื่อง ไม่ใช่เรื่องบันเทิงแน่นอน

บทสรุป

มาตรการ Reciprocal Tariff ปี 2025 คือจุดเปลี่ยนสำคัญในนโยบายการค้าสหรัฐฯ โดยมุ่งฟื้นฟูการผลิตภายในประเทศ ตอบโต้ความไม่เป็นธรรมทางการค้าจากต่างชาติ และลดการพึ่งพาการนำเข้าที่ทำลายโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว

สำหรับผู้นำเข้าส่งออก นักวางกลยุทธ์ธุรกิจ หรือผู้เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนโลก การเข้าใจและปรับตัวให้ทันมาตรการนี้ ถือเป็นสิ่งจำเป็น

หากคุณต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลึกต่อธุรกิจโลจิสติกส์ หรือการปรับกลยุทธ์การนำเข้า สามารถติดต่อเราเพื่อขอคำปรึกษาเฉพาะทางได้เลย

ขอเชิญท่านที่สนใจ เข้าร่วมงานเสวนาออนไลน์ ผ่าน ZOOM Webinar
ในหัวข้อ “Update สถานการณ์ส่งออก/ภาษีนำเข้าสหรัฐ และ รวมเครื่องมือดิจิทัล สำหรับผู้บริหารงานส่งออก”
📌 วันที่ 9 เมษายน 2568 เวลา 11:00-12:00 น.

เนื้อหา:
– อัพเดตสถานการณ์ส่งออก/ภาษีนำเข้าสหรัฐ
– เครื่องมือดิจิทัล ในการค้นคว้าข้อมูลตลาดใหม่
– การใช้ AI ในงานนำเข้าส่งออกรวมไปถึงการเช็คพิกัดภาษีนำเข้า ในต่างประเทศ
– การเช็คราคาขนส่งระหว่างประเทศและคำนวณต้นทุนส่งออก
– วิทยากร: คุณก้องกิติ ลิ่วเจริญชัย, Cofounder, ZUPPORTS

– Webinar นี้เหมาะสำหรับ: ผู้จัดการ ฝ่ายขาย ฝ่ายส่งออก ฝ่ายโลจิสติกส์ ที่กำลังมองหาตลาดใหม่ๆ และเครื่องมือดิจิทัลใหม่ๆ เข้ามาช่วยบริหารงาน

สนใจลงทะเบียน (รับจำกัด จำนวน 100 ท่านเท่านั้น)
https://us06web.zoom.us/meeting/register/r6Ly7Zu0QLaTMnQrfaThDw

 

เอกสารประกอบ

https://www.whitehouse.gov/presidential-actions/2025/04/regulating-imports-with-a-reciprocal-tariff-to-rectify-trade-practices-that-contribute-to-large-and-persistent-annual-united-states-goods-trade-deficits/

https://www.whitehouse.gov/fact-sheets/2025/04/fact-sheet-president-donald-j-trump-declares-national-emergency-to-increase-our-competitive-edge-protect-our-sovereignty-and-strengthen-our-national-and-economic-security/?fbclid=IwZXh0bgNhZW0CMTEAAR0UoYCb-M5P1dXZ_K_Z4sPQ4_CP8wWnOQQkX0KU7m35l8RaV2nHd6ufzRc_aem_yLYzx0ktr6aUZ4846hfYDw

 

=========================

“ZUPPORTS FreightChat”

ระบบแชตที่ช่วยคุณ…

✅ ค้นหา HS / HTS Code ได้แบบอัตโนมัติ

✅ ตรวจสอบอัตราภาษีนำเข้าแต่ละประเทศ

✅ เข้าใจข้อกำหนดพิเศษ เช่น FTA, สินค้าควบคุม หรือต้องขออนุญาต

สนใจ ลงทะเบียนใช้งานระบบได้ที่

https://forms.gle/ouDkdFfUfFhw5Mmr9

=========================

📍 ขอแนะนำ สำหรับ ZUPPORTS Club

Facebook กลุ่มปิด รับชมคลิป Webinar ของ ZUPPORTS เช่น  การตีความพิกัดศุลกากร (HS CODE) และการ Post Audit, Update สถานการณ์เฟรท แบบ Exclusive, พร้อมการ Networking กันในกลุ่มสมาชิก

.

🧭 เปิดให้สมัครสมาชิกแล้ววันนี้ ลงทะเบียนได้ที่ https://bit.ly/3F33miZ

พิเศษ! ZUPPORTS POST

กลุ่มไลน์ Openchat สำหรับ คนในวงการ นำเข้า ส่งออก เข้ามาสอบถามข้อมูล ติดตามข่าวการค้า การขนส่งระหว่างประเทศกันได้ที่ https://bit.ly/3seJRLk

ข่าวสารอื่นๆ